Get Adobe Flash player

มวยไทย : ศิลปะการต่อสู้เอกลักษณ์ไทย

 

ก่อนที่ Class มวยไทย จะเปิดสอน หลาย ๆ ท่านคงสงสัยไม่ใช่น้อยใช่ไหมละครับว่า วัดมั่งมีศรีสุข มีครูมวยดีมาจากไหน ถึงได้เปิดสอนศิลปะแม่ไม้มวยไทยขึ้น และครูมวยผู้ที่จะมาสอนเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในเชิงมวยขนาดไหน   พอที่จะไว้ใจฝากตัวเป็นศิษย์ได้หรือไม่   เพื่อตอบคำถามเหล่านี้ เราลองมาทำความรู้จักกับครูมวยของเรา ผ่านประวัติ และบทสัมภาษณ์กันเลยครับ

 

 

บนเส้นทางชีวิตของคนเรานั้น อาจมีจุดหักเหของชีวิตที่จะนำพาเราไปพบกับความสมหวังหรือผิดหวังได้ทั้งนั้น  ชีวิตของชายผู้นี้ก็เช่นกัน  หากพูดในแง่ของความโด่งดัง เขาอาจไม่เทียบชั้นกับ สมจิตร จงจอหอ และหากพูดถึงความเก่งกล้าแล้ว ก็ไม่อาจเทียบได้กับเขาทราย แกแลคซี่   แต่หากพูดถึงความรัก ความศรัทธาที่มีต่อกีฬาการต่อสู้บนผืนผ้าใบแล้วละก็ ผู้ชายที่มีชื่อในวงการหมัด ๆ มวย ๆ ว่า อำพันธ์เล็ก ศิษย์เจียรไน ก็มีไม่แพ้ใครเหมือนกัน
          ชีวิตเด็กบ้านนอกที่เติบโตมาในหมู่บ้านโนนสามัคคี ตำบลนาอุดม อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่หลงใหลในศิลปะแม่ไม้มวยไทยตั้งแต่อายุ 11 ขวบ เมื่ออาของเขาได้พาไปดูการชกมวยในงานประจำปีที่วัด 

          นับแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นการต่อสู้ในแบบฉบับของชายไทย   เขาก็มีความใฝ่ฝันที่จะฝึกมวยไทย และเนื่องด้วยอาของเขาเป็นนักมวยสังกัดค่าย ศ. เจียรไน  เขาจึงมีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์สุพจน์ คาดสนิท ซึ่งเป็นครูมวยประจำค่ายในขณะนั้น

            อำพันธ์เล็ก ศ. เจียรไน นับว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านการรำมวยไทยเป็นอย่างมาก เพราะผ่านการฝึกฝนเพียงปีเดียว ก็เข้าแข่งขันรำมวยระดับอำเภอ ได้ที่ 1 ของอำเภอ และเป็นตัวแทนไปแข่งในระดับจังหวัด ได้รับรางวัลชมเชย (ที่ 4 ของจังหวัด) นำความปลาบปลื้มมาสู่พี่น้องชาวบ้านโนนสามัคคีเป็นอย่างยิ่ง นับแต่นั้นเป็นต้นมา อำพันธ์เล็ก ศ. เจียรไน ก็เป็นที่จับตาและชื่นชอบของแม่ยกทั้งหลายที่ชอบดูศิลปะการไหว้ครู เพราะถือว่ารำได้สวยงามมาก แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาไม่นานนักที่ได้รับการถ่ายทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทย แต่อำพันธ์เล็ก ก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์สุพจน์จนจบทุกขบวนท่า
         หลังจากเรียนจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว อำพันธ์ก็เดินออกจากค่ายมวย เพื่อไปทำงานยังที่ต่าง ๆ มากมาย แต่สิ่งที่ได้ร่ำเรียนมาก็ยังอยู่ในใจเสมอ เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน  เขาก็ยังหมั่นทบทวนอยู่เป็นประจำ  จนในที่สุด ถนนสายชีวิตก็ได้นำเขามาหยุดลงที่อเมริกา ประเทศที่อยู่ไกลแสนไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน แต่กระนั้น ความรักความศรัทธาต่อศิลปะแม่ไม้มวยไทยก็ไม่เคยเลือนหายไปจากใจแม้แต่น้อย หากแต่เปลี่ยนจากบทบาทของผู้เรียน มาเป็นผู้ฝึกสอนแทน ต่อคำถามที่ว่า ทำไมถึงอยากสอนมวยไทยที่อเมริกา อำพันธ์ตอบ อย่างน่าชื่นชมว่า “เพราะมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เราอาจจะเห็นมีมวยหลายประเภทเปิดสอนกัน แต่มวยไทยยากที่ชาติอื่นจะเลียนแบบได้ ต้องได้รับการชี้แนะและฝึกฝน จากครูจริง ๆ ถึงจะเรียนได้ ลูกหลานไทยที่เกิดที่ต่างถิ่นต่างแดนควรจะได้เรียนรู้  ผมสามารถสอนได้ ผมจึงอยากถ่ายทอดมรดกไทยไว้กับลูกหลานไทย หรือแม้แต่ให้กับฝรั่งที่สนใจ ซึ่งเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ไทย แม้จะไม่ได้เอาไปใช้ต่อสู้ อย่างน้อยก็เป็นการฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงผ่านศิลปะการต่อสู้แบบไทย” 
           แม้เส้นทางที่เดินในฐานะอำพันธ์เล็ก ศ. เจียรไน จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับชายที่ชื่ออำพันธ์แล้ว เขาให้นิยามกับการชกมวยว่า “การชกมวยไม่ใช่เป็นแค่เกมกีฬา แต่มันเป็นเครื่องมือเพื่อพิสูจน์ตัวเอง”
           สำหรับมนุษย์บางจำพวกหรือบางคน ชัยชนะในเกมกีฬาหรือถ้วยรางวัล ไม่ได้มีความหมายมากเท่ากับความสามารถที่จะเอาชนะตัวเองได้ อำพันธ์ ไชยรัญ เป็นคนประเภทนั้นครับ...

 

 

 


ลูกหลานไทยที่เกิดในต่างถิ่นต่างแดนควรจะได้เรียนรู้  ผมสามารถสอนได้ ผมจึงอยากถ่ายทอดมรดกไทยไว้กับลูกหลานไทย หรือแม้แต่ให้กับฝรั่งที่สนใจ ซึ่งเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ไทย


อำพันธ์ ไชยรัญ